Home ข้อคิด คำคม การเลี้ยงลูกให้ได้ดี ผู้เป็นแม่ต้องขี้เกียจ 3 ข้ อนี้

การเลี้ยงลูกให้ได้ดี ผู้เป็นแม่ต้องขี้เกียจ 3 ข้ อนี้

11 second read
ปิดความเห็น บน การเลี้ยงลูกให้ได้ดี ผู้เป็นแม่ต้องขี้เกียจ 3 ข้ อนี้
0

หล า ยคน มีความกังวลว่าจะเลี้ยงลูกอ ย่ างไร ให้ลูกนั้นเติบโตมเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อ ย่ างแข็งแกร่ง ในการเลี้ยงลูกหล า ยๆเรื่องที่พ่อแม่อาจจะเข้าใจผิ ด ว่าการที่เราเลี้ยงลูกอ ย่ างประคบประหงมนั้น จะทำให้ลูกได้ดี ดังนั้นเราจะมาดูกันว่า จะเลี้ยงลูกแบบไหนถึงจะให้ลูกเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

พ่อแม่หล า ยๆคนยังยึดติดอยู่กับความคิดที่ว่า ต้องเลี้ยงลูกให้สบายที่สุด อย ากได้อะไรก็ต้องได้ต้องมีมากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อน มีโทรศัพท์ก็ต้องมีให้ใหม่กว่าเพื่อน

อย ากกินอะไรก็ต้องได้กิน เลี้ยงลูกด้วยความเพรียบพร้อม ไม่อย ากให้ลูกลำบาก หรือ รู้สึกว่าข า ดอะไร แต่การเลี้ยงดูแบบไข่ในหินเช่นนี้ จะส่งผลในระยะย า ว เมื่อเติบโตขึ้น เขาจะพึ่งพาตนเองไม่ค่อยได้ จนตอนนี้มี โ ร ค ใหม่บัญญัติขึ้นนั่นคือ โ ร ค ไม่รู้จักความลำบาก ถ้าพ่อแม่ไม่อย ากให้ลูกเป็นแบบนั้นต้องขี้เกียจ 3 เรื่องนี้

1. ขี้เกียจช่วยลูกทำการบ้าน

มีคุณแม่คนหนึ่งเล่าประสบการณ์ว่า ตนเองไม่เคยไปสอนการบ้านให้ลูกชายเลยแม่จะเตื อ นลูกมากกว่าว่าเวลาไหนควรไปทำการบ้านได้แล้ว เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอ กแม่ก็พอ ส่วนการตรวจสอบว่าลูกชายทำถูก

หรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเอง หรือ ให้เรียนรู้ว่า ถูกหรือผิ ดจากที่โรงเรียน แม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้น ในตอนแรกลูกชายไม่พอใจเป็นอ ย่ างมาก โดยบอ กว่า แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจการบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้

เธอตอบลูกชายไปว่า ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอ กนะ ลูกคิดดูสิ หากแม่ช่วยลูกตรวจการบ้าน แล้วลูกจะรู้ได้อ ย่ างไร ว่าผิ ดตรงไหนบ้าง ตอนอยู่ในห้องสอบหากผิ ดลูกจะรู้ไหมว่ามันผิ ดตรงไหน

ในตอนนั้นไม่มีใครสาม า ร ถมาช่วยลูกตรวจข้ อสอบได้ ลูกจะได้ฝึกการตรวจความถูกต้อง และ เรียนรู้ด้วยตัวเอง ในโรงเรียนลูกจะได้รับบทเรียนก่อน และ จึงจะได้ทำข้ อสอบ แต่ ในโลกแห่งความเป็นจริงลูกจะได้เจอบททดสอบก่อน แล้วถึงจะได้บทเรียน

นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด เธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเอง เมื่อพบเจอปัญหาก็ต้องคิดใคร่ครวญเอง หากคิดไม่ออ กจริงๆ ค่อยถามแม่ หรือ ขอคำแนะนำจากแม่ได้ ผลปรากฎว่า พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจตีกรอบความคิด

แต่ปล่อยให้ลูกทำอ ย่ างอิสระ คิดอ ย่ างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เธอยังให้ความสนใจกับลูก และ ใช้วิ ธีการที่ชาญฉลาดเพื่อช่วยแก้ปัญหาเมื่อลูกมีปัญหา พ่อแม่ทุกคน มักจะกังวลกับลูก จนไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเขาเอง

คุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิ ธีของเขาเอง เพื่อให้เขามีปีกที่แ ข็ งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณปกป้อง ถ้าอย า ก ให้ลูกเป็นคนใจเย็น ให้ฝึกการรอคอย

ถ้าอย า กให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ ถ้าอย า กให้ลูกพูดเพราะ และ มีม า รย าท ต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน ถ้าอย า กให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จักรั ก ษ าคำพูด

ถ้าอย า กให้ลูกแก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆ ถ้าอย า กให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น บางคน ไม่กล้าใช้ลูก ไม่กล้าให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเอง

ลูกมีหน้าที่เรียนหนังสือเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วในสังค มปัจจุบัน เรียน เก่งอ ย่ างเดียวมันไม่เพียงพอในการดำเนินชีวิต แม้คุณจะร ว ยล้นฟ้ามาจากไหนก็ขอให้เลี้ยงลูกแบบสมถะ เรียบง่าย และ สอนให้เขาให้รู้จักความลำบากบ้างลูกของคุณจะได้เติบโตอ ย่ างเข้มแ ข็ ง มีความอ ดทน เป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิ ดชอบต่อตนเอง และ ต่อสังค มในอนาคต

2. ขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง โดยการไม่ยื่น มือเข้าไปช่วยลูก ในสิ่งที่พวกเขาสาม า ร ถทำเองได้ เช่น เมื่อห้องนอนไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ก็แค่ตักเ ตื อ นว่าควรจัดห้องอ ย่ างไร เพื่อให้เป็นระเบียบ แต่จะไม่เข้าไปทำให้ลูกเอง ปล่อยให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง

แต่เน้นไปที่การทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ให้ดูสะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ เมื่อลูกเห็นห้องอื่นๆ ในบ้านสะอาดหมด เขาก็จะเริ่มรู้สึกว่า ต้องทำความสะอาดห้องของตัวเองบ้างแล้ว

ผลปรากฎว่า พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจช่วยเหลือลูกในบางเรื่อง จะเป็นผลดีกับลูกมากกว่า เพราะ การให้ลูกได้ฝึกทำสิ่งต่างๆเอง จะเป็นการฝึกนิสัยพึ่งพาตนเองได้ และ ไม่เฉยเมยต่อความรับผิ ดชอบต่างๆที่อยู่รอบตัว ฝึกหัดให้เป็นคนที่มีความรับผิ ดชอบมากขึ้น

3. ขี้เกียจบ่น หรือ พูดมาก ให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติมโตด้วยตนเอง

พ่อแม่หล า ยคนชอบสร้างความคาดหวังในตัวลูกมากเกินไป อย า กให้ลูกทำต าม สิ่งที่ตัวเองนั้นต้องการ เพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก แต่การทำแบบนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด กดดัน

และกล า ยเป็นไม่อย า กฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูด แต่มีตัวอ ย่ างจากครอบครัวหนึ่งที่กลับทำตรงกันข้าม ในวันหยุด เส าร์-อาทิตย์ ลูกชอบเล่นเกมเป็นเวลานาน มาก และ ไม่ทำการบ้าน แม่จึงถามว่า ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง

ลูกตอบว่า ขอเล่นอีก 30 นาที แม่ตอบกลับไปว่า โอเค ต้องรั ก ษ าคำพูดนะ พอผ่ า นไป 30 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ลูกก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม แม่ โ ก ร ธ มาก แต่ก็ต้องสงบสติ อ าร มณ์และพูดอ ย่ างใจเย็นว่า

ปกติลูกเป็นคนรั ก ษ าคำพูดไม่ใช่หรอ ในตอนนั้นลูกเริ่มรู้สึกผิ ด จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์ และ รีบไปทำการบ้านทันที นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้แม่เคยพูดหล า ยรอบเกี่ยวเรื่อง

การเป็นคนน่าเชื่อถือ เช่น แม่เคยรับปากลูกไว้ว่า จะพาลูกไปเที่ยวที่ไหน จะซื้อของเล่นอะไรให้ จะพาไปซื้อขน มอะไร แม่ก็จะทำต ามที่พูดไว้เป๊ะๆ แม่จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการรั ก ษ าคำพูดเป็นอ ย่ างมาก

เมื่อแม่รับปากลูกไว้เรื่องอะไร ก็จะทำต ามที่รับปากไว้ และ สอนลูกอยู่เสมอว่าการเป็นคนน่าเชื่อถือ และ รับผิ ดชอบต่อคำพูดของตน ส่งผลต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายมากแค่ไหน

ผลปรากฎว่า พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจบ่น ไม่พูดบ่นเรื่อยเปื่อย ขยันในการหาวิ ธีในการรับมือเพื่อปลูกฝังจิตสำนึก และ ใช้เหตุผลในการพูดคุย จะเป็นการฝุกให้ลูกรู้จักที่จะรั ก ษ าคำพูด ของตัวเอง และ ทำต ามให้ได้อ ย่ างที่รับปากไว้

ที่มา  108resources

Load More Related Articles
Load More By kiddidee
Load More In ข้อคิด คำคม
Comments are closed.

Check Also

10 นิสัยที่ผู้หญิงมีแล้วเป็นสาวสวยดูแพง

ผู้หญิงสวยดูแพง เขาต้องเป็นยังไงกันนะ อะไรที่ทำให้พวกเธ … …